ลอยกระทง แม่น้ำบางปะกง ฉะเชิงเทรา

ลอยกระทง แม่น้ำบางปะกง ฉะเชิงเทรา

วันศุกร์ที่ 3 พ.ย.2560 บ้านโพธิ์ริเวอร์ไซด์ เชิญร่วมงานลอยกระทง ริมแม่น้ำบางปะกง

แจกกระทงฟรี

Decorative floats close-up on Loy Krathong

ชมแสงจันทร์เต็มดวงกระทบผิวน้ำบางปะกง

สงบเงียบ สวยงามด้วยแสงหิ่งห้อยบนต้นลำพู พร้อมทุ่งปอเทืองเหลืองอร่ามทั้งบาง

เที่ยวฉะเชิงเทรา

เที่ยวฉะเชิงเทรา วันหยุด ถ่ายรูปกับดอกปอเฮือง ที่ร้านบ้านโพธิ์ริเวอร์ไซด์

เที่ยวฉะเชิงเทรา วันหยุด ถ่ายรูปกับดอกปอเฮือง ที่ร้านบ้านโพธิ์ริเวอร์ไซด์

ช่วงเดือน ตุลาคม -พฤศจิกายน เมือท่านแวะบ้านโพธิ์ริเวอร์ไซด์ ท่านจะได้พบกับทุ่งดอกปอเฮือง เหลืองอร่าม เหมาะสำหรับถ่ายภาพสวยๆ ไปอวดเพื่อนๆ

นอกจากจะได้รับประทานอาหารอร่อยแล้ว ยังได้ชมบรรยากาศสวยๆด้วยเช่นกัน

เที่ยวฉะเชิงเทรา

 

 

 

 

หลวงพ่อโสธร : 5 เรื่องควรรู้ ก่อนไปไหว้หลวงพ่อโสธร เพื่อเป็นมงคลชีวิต

หลวงพ่อโสธร : 5 เรื่องควรรู้ ก่อนไปไหว้หลวงพ่อโสธร เพื่อเป็นมงคลชีวิต

เกร็ดความรู้ก่อนไปนมัสการหลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง อันเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของประชาชนทั่วทุกสารทิศ

เมื่อพูดถึงวัดโสธรวรารามวรวิหาร แน่นอนว่าทุกคนจะต้องนึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของ “หลวงพ่อโสธร” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งยังเป็นศูนย์รวมความศรัทธาอันล้นหลามจากประชาชนทั่วทุกสารทิศ หลายคนน่าจะเคยมีโอกาสไปสักการะหลวงพ่อโสธรกันมาบ้างแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสำหรับคนที่ยังไม่เคยไปไหว้หลวงพ่อโสธรมาฝาก เพื่อที่ว่าไปไหว้คราวนี้เพื่อน ๆ ทุกคนจะได้รับผลบุญและสิริมงคลให้กับชีวิตตัวเองกันอย่างเต็มที่

 

  1. วัดโสธรวรารามวรวิหาร อยู่ที่ไหน ?

https://goo.gl/maps/WwsjYq1gsw92

วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมแม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา วัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ภายในประดิษฐาน “หลวงพ่อพุทธโสธร” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพระรูปปางสมาธิ ลงรักปิดทองสมัยแบบล้านช้าง

 

  1. ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร

เรามักได้ยินคำเล่าขานเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อโสธร ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่ผู้ที่มีความศรัทธา และทำให้มีประชาชนจำนวนมากต่างหลั่งไหลเข้ามากราบไหว้และขอบารมีจากหลวงพ่อปกป้องคุ้มครอง หรือรักษาโรคให้แคล้วคลาด จนมีการเล่าขานกันต่อ ๆ มาว่า ใช้ขี้ธูป ดอกไม้บูชาที่แห้งเหี่ยวแล้ว และอธิษฐานหยดเทียน ขอน้ำมนต์จากหลวงพ่อมาทำยา ปรากฏว่าโรคหาย จนกลายเป็นกิติศัพท์โด่งดังไปทั่ว

 

  1. เรื่องอื่นบนได้หมดยกเว้นก็แต่เรื่องนี้

ด้วยเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร ทำให้มีประชาชนเป็นจำนวนไม่น้อย เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ มาบนบานศาลกล่าว หวังพึ่งพาบารมีความศักดิ์สิทธิ์กันทั่วหน้า ว่ากันว่ามีอยู่เรื่องสองเรื่องเท่านั้นที่บนแล้วจะไม่สมหวัง คือเรื่องขอไม่ให้เป็นทหารกับเรื่องขอบุตร เล่ากันว่าเพราะหลวงพ่อชอบให้คนเป็นทหาร จะได้ปกป้องรักษาบ้านเมือง ใครมาบนว่าไม่อยากเป็นทหาร เชื่อหรือไม่ว่า…เป็นต้องถูกเกณฑ์ทุกราย ส่วนเรื่องบนบานขอบุตร ก็มักจะได้บุตรอาการไม่ครบ 32 ประการ เพราะท่านได้ส่งลูกหลานซึ่งเป็นทหารที่บาดเจ็บล้มตายมาให้นั่นเอง (เป็นความเชื่อส่วนบุคคล จริงเท็จแค่ไหนต้องใช้วิจารณญาณให้ดี ๆ นะคะ)

 

  1. ไข่ต้มแห่งความศรัทธา

ว่ากันว่าหลวงพ่อโสธรชอบไข่ต้ม เราจึงเห็นร้านขายไข่ต้มตั้งร้านเรียงรายอยู่รอบบริเวณเต็มไปหมด เพราะคนที่สมหวังจากคำบนบานจะนิยมแก้บนด้วยไข่ต้ม ซึ่งเป็นของหาง่ายในยุคแรก ๆ ของวัดโสธร หลังจากนั้นเลยนิยมใช้ไข่ต้มเป็นเครื่องแก้บนมาตั้งแต่นั้น แต่ก่อนก็มีพวกหมู เห็ด เป็ด ไก่ แต่ด้วยเพราะมีผู้คนจำนวนมาก เมื่อนำมาถวายเยอะ ๆ เข้า อาจทำให้ไม่สะดวก นอกจากนี้ยังมีการแก้บนด้วยพวงมาลัย และนางรำละครชาตรี หรือลิเก เป็นต้น

 

  1. ศรัทธาที่ไม่มีวันสูญสิ้น

กลายเป็นงานประจำปียิ่งใหญ่ไปแล้วกับงานนมัสการหลวงพ่อโสธร จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีละ 3 ครั้ง ครั้งแรกกลางเดือนห้า ครั้งที่สองกลางเดือนสิบสอง และครั้งที่สามในเทศกาลตรุษจีน ซึ่งทุกครั้งที่มีการจัดงาน เราจะเห็นประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เหล่านี้เป็นส่งสะท้อนให้เราได้เห็นว่า ความศรัทธาต่อหลวงพ่อโสธรเป็นสิ่งที่ไม่มีวันสูญสิ้นไปจากสังคมไทยอย่างแน่นอน

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสำหรับใครก็ตามที่อยากจะไปสักการะหลวงพ่อโสธรสักครั้ง วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง วันหยุดนี้ถ้าใครไม่รู้จะไปไหน ลองเดินทางไปไหว้หลวงพ่อโสธรดูก็ได้นะคะ อาจไม่จำเป็นต้องบนบานศาลกล่าว แค่ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิต เท่านี้ก็คุ้มค่าแก่การมาไหว้หลวงพ่อโสธรแล้ว

วิธีบนหลวงพ่อโสธร

ถ้าเอ่ยถึงหลวงพ่อโสธรแล้ว คิดว่าทุกคนคงจะรู้จักกันดี เพราะความศักดิ์สิทธิ์ขององค์หลวงพ่อท่าน เวลาที่ใครทุกข์ร้อน ก็จะบนบานขอพรจากหลวงพ่อ ให้ปัดเป่าทุกข์ให้หายไป

ในการบนหลวงพ่อนั้น ส่วนใหญ่ก็จะบนด้วยละครรำ ซึ่งก็มีรับจ้างอยู่ที่ในโบสถ์ หลายคนที่เคยมานมัสการองค์หลวงพ่อก็คงจะทราบกันดี นอกจากนี้ บางครั้งเวลาที่มาไหว้หลวงพ่อ ก็จะนำไข่ต้มเป็นจำนวนมากมาไหว้

ทุกๆวันหยุดราชการ บริเวณวัดก็จะเต็มไปด้วยผู้คนที่มาจากทั่วสารทิศ บางทีก็มากันเป็นคณะ มีรถบัสจอดกันให้เกลื่อน เวลาจะเข้าไปไหว้ที ก็เบียดเสียดยัดเยียดกันเข้าไป แต่ถ้าจะให้สะดวกก็จะต้องมาในวันธรรมดา ซึ่งผู้คนจะน้อยกว่า การเข้าไปไหว้หลวงพ่อก็ไม่ต้องไปเบียดเสียดมากนัก

เมื่อพูดถึงการบนบานสานกล่าวแล้ว ร้อยคนก็ร้อยอย่าง บางคนไม่มีลูก ก็มาขอลูกจากหลวงพ่อ แต่เรื่องนี้ต้องเตือนไว้นิดหนึ่ง ว่าเวลาขอแล้ว ต้องขอให้ตีได้ด้วย ไม่งั้นเกิดไปตีเข้า ลูกจะป่วยโดนไม่รู้สาเหตุ นี่เป็นเรื่องที่ชาวแปดริ้วจะรู้กันดี

บางคนก็มาขอให้สอบเข้าเรียนได้ ขอให้แก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะสมปรารถนากันแทบทุกราย ทำให้ชื่อเสียงขององค์หลวงพ่อขจรขจายไปไกล

ฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะมาบนบานอะไรก็ตามแต่ ส่วนใหญ่ก็จะสมหวังกันไปทุกราย แต่มีสิ่งเดียว ที่หลวงพ่อท่านไม่เคยให้เลย และก็ไม่มีใครสมหวังสักรายเดียว คุณรู้ไหมว่าอะไร

สิ่งเดียวที่หลวงพ่อท่านไม่เคยให้เลยก็คือ การขอให้ไม่ถูกเกณฑ์ทหาร บางคนกลัวจะไปเป็นทหาร ก็พยายามที่จะหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยเหลือ โดนขอให้จับได้ใบดำ จะไม่ได้ต้องไปเป็นทหาร แต่ถ้ามาบนกับหลวงพ่อละก็ เป็นอันเสร็จทุกราย สมหวังหลวงพ่อเลยละ เพราะหลวงพ่อชอบทหารมาก(เขาว่ากันอย่างนั้น)

ทีนี้ ก็ต้องจำไว้ว่า ขออะไรก็ขอได้ บนอะไรก็บนได้ แต่ห้ามมาบนไม่ให้เป็นทหาร มิฉะนั้น จะได้เป็นทหารสมใจแน่ๆ

 

คาถาบูชาหลวงพ่อโสธร

พระคาถาบูชาหลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนจะภาวนา คาถาหลวงพ่อโสธร ต้องบูชาพระรัตนตรัยเสียก่อน แล้วจึงกล่าวคำบูชาเฉพาะ คาถาบูชาหลวงพ่อโสธร ระลึกถึงองค์ท่านโดยมองพระพุทธรูปหลวงพ่อพระพุทธโสธร ภาพถ่ายหรือพระเครื่องที่มี ถ้าไม่มีให้กำหนดภาพของท่านขึ้นในจิตของเราเป็นพุทธานุสสติกรรมฐานไปในตัว

กาเยนะ วาจายะ เจตสา วา โสธะรัง นามะ

อิทธิปะฏิหาริกะรัง พุทธะรูปัง อะหัง วันทามิ สัพพะโสฯ

ท่อง3จบ

 

คาถาบูชาหลวงพ่อโสธร (คาถาพระเจ้า5พระองค์)

ท่องนะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำบูชา

นะ ทรงฟ้า โม ทรงดิน พุทธ ทรงสินธุ์ ธา ทรงสมุทร ยะ ทรงอากาศ

พุทธังแคล้วคลาด ธัมมังแคล้วคลาด สังฆังแคล้วคลาด ศัตรูพาลวินาศสันติ

นะ กาโร กุกกุสันโธ สิโรมัชเฌ โมกาโร โกนาคะมะโน

นานาจิตเต พุทธกาโร กัสสะโป พุทโธ จะ ทะเวเนเต ธา กาโร ศรีศากกะยะมุนี

โคตะโม ยะกันเน ยะกาโร อะริยะ เมตตรัยโย ชิวหาทีเต ปัญจะพุทธา นะมามิหัง

พุทธะบูชา มะหาเตชะวันโต ธัมมะบูชา มะหาปัญโญ สังฆะบูชา มะหาโภคะวะโห

อะระหังพุทโธ อิติปิโสภะคะวา นะมามิหัง

 

คาถาบูชาหลวงพ่อโสธร แบบย่อ (นะโม3จบ) อิติ อิติ อิติ โสธโร นะโมพุทธายะ ยะธาพุทธโมนะ

 

ว่าคาถาบูชาพระพุทธโสธร นี้ทุกวันระลึกถึงองค์หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหารจะปลอดภัย ร่มเย็นเป็นสุขตลอดไปชีวิตราบรื่น เดินทางแคล้วคลาดภยันตรายต่างๆ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

บทความจาก kapook

เฟซบุ๊ก วัดโสธรวราราม วรวิหาร, เฟซบุ๊ก พวกแปดริ้ว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 

เส้นทางจากวัดหลวงพ่อโสธร ไปบ้านโพธิ์ริเวอร์ไซด์

 

ร้านอร่อยฉะเชิงเทรา รีวิวจาก wongnai

ร้านอร่อยฉะเชิงเทรา 

ร้านอร่อยฉะเชิงเทรา เมนูอาหารไทยซีฟู้ด แซ่บ ซู้ดจนลืมเมีย บ้านโพธิ์ริเวอร์ไซด์ฉะเชิงเทรา
ร้านอาหารไทย-ซีฟู้ดย่านฉะเชิงเทราที่มาพร้อมเมนูแปลกใหม่หลากหลายกับรสชาติที่เข้มข้นจัดจ้านของจริง ในบรรยากาศริมแม่น้ำบางปะกงชิลล์ ๆ ที่ บ้านโพธิ์ริเวอร์ไซด์ ฉะเชิงเทรา

ขอยกให้ร้านนี้เป็นหนึ่งในสิบ “ร้านไทย-ซีฟู้ดในดวงใจ” ของผมเลยครับ! วันนี้ผมและทีมงาน Wongnai ชลบุรี อยู่กันที่ร้าน บ้านโพธิ์ริเวอร์ไซด์ ร้านอาหารทะเลสุดชิลล์ริมแม่น้ำบางปะกง ที่นี่เพื่อน ๆ จะได้พบกับเมนูอาหารทะเลรสแซ่บหลากหลายรายการ ที่ปรุงด้วยวัตถุดิบคุณภาพจากท้องทะเล แถมยังได้อิ่มเอมไปกับธรรมชาติของผืนป่าชายเลนและแม่น้ำบางปะกงอีกด้วย จะมีอะไรเด็ดโดนใจผมบ้าง ตามไปดูกันเลยครับ

ร้านตั้งอยู่ที่.99 ม.6 ฉะเชิงเทรา (มาถนนสาย 314 เลยโตโยต้ามาเลี้ยวขวาตรงสามแยกบ้านโพธิ์ ขับตรงมาอีก 4 กม.เลี้ยวขวาเข้าซอยมาอีก 1.8 กม. มีป้ายตลอดทาง)

ร้านอร่อยฉะเชิงเทรา แปดริ้ว

บริเวณหน้าร้านกว้างขวาง มีที่จอดรถเยอะมาก มองผ่านเข้าไปจะเห็นโครงสร้างร้านสไตล์ไทย ๆ เป็นกระท่อมริมแม่น้ำชิลล์ ๆ ว่าแล้วก็ไม่รอช้า รีบเดินเข้าไปเลยครับ


ต้องบอกว่าบรรยากาศภายในร้านเซอร์ไพรซ์กว่าที่คิด เทอร์เรซที่ยื่นออกไปจนติดแม่น้ำ ประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ดูเรียบง่ายสวยงาม แอบมีความโมเดิร์นกว่าที่เห็นด้านหน้า ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ตกดินจะได้เห็นแสงทองของพระอาทิตย์ส่องพาดโต๊ะอาหาร เกิดเป็นความอบอุ่นและโรแมนติก

ทีเด็ดอีกอย่างหนึ่งคือ ไอน้ำที่ถูกปล่อยออกมาในช่วงเย็น สร้างบรรยากาศให้ฟินยิ่งขึ้นไปอีก เหมือนได้ทานอาหารอยู่ท่ามกลางทะเลหมอกเลยครับ

อาหารที่ร้าน บ้านโพธิ์ริเวอร์ไซด์ จะเน้นไปในทางซีฟู้ดซะส่วนใหญ่ ก็แน่ล่ะครับเพราะอยู่ติดกับแหล่งประมงชั้นดี วัตถุดิบที่ได้เลยสดใหม่และมีคุณภาพ ส่วนเรื่องรสชาติอาหารก็ต้องบอกเลยว่าเข้มข้น จัดจ้าน และแซ่บถึงใจตามแบบฉบับคนฉะเชิงเทราเลยครับ นอกจากนี้แต่ละเมนูก็ได้รับการครีเอตให้ดูแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครอีกด้วย

เริ่มกันที่ ยำเศรษฐี เป็นการรวมฮิตญาติมิตรของทะเลสำหรับคนที่อยากกินหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน แต่ไม่ได้แปลว่าหลายใจ ทั้ง กุ้ง ปลาหมึก หอยนางรม ราดมาด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดที่บอกเลยว่าอภิมหาแซ่บ พร้อมผักเคียงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพริกขี้หนู กระเทียม กระถิน


บอกเลยเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม กุ้งสดกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเปรี้ยวแซ่บ และ หอยนางรมสด จานนี้บอกเลยปึ๋งปั๋งดึ๋งดั๋งกันเลยทีเดียว


มาต่อกันที่ กุ้งเผา แค่ยกมาเสิร์ฟก็ต้องร้องหึ ๆ ในลำคอ ในใจก็คิดว่าทำบุญมาด้วยอะไรน้อ ถึงได้ลาภปากแบบนี้ กุ้งแม่น้ำขนาด 3 ตัวโล ที่เผามาจนได้ที่ มันกำลังเยิ้ม ๆ เนื้อกุ้งนี่เนื้อหวานเนียนเด้งสู้ลิ้นของจริง ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดหน่อยนะ ฟิน…

ต่อเนื่องความแซ่บอย่าหยุดกับ แกงส้มปูไข่หน่อไม้ดอง น้ำแกงส้มมีความเข้มข้นสูงสัมผัสได้ถึงเนื้อปลาโขลกและเครื่องแกง รสชาติไม่ต้องพูดถึง เผ็ดแซ่บแน่นอน ไฮไลต์อยู่ที่ปูไข่ ที่ไข่เป็นไข่จริง ๆ มีความหอมมันเวลาเคี้ยวสลับกับการซดน้ำแกงรสเปรี้ยวแซ่บ แค่นี้ก็บินไปถึงสวรรค์ ใครก็ได้เอามีดมาแทงผมที เห็นภาพนี้มันบาดใจยิ่งกว่าเห็นแฟนมีกิ๊กเสียอีก ไข่ปูแดง ๆ แน่น ๆ กับน้ำแกงส้มร้อน ๆ ซดกันให้โล่งคอ ทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วโล่งใจ


หลนปู หนึ่งในเมนูอาหารไทยโบราณ เมนูโปรดของผมตลอดกาล ตัวน้ำหลนรสชาติหวานกลมกล่อม หอมกะทิ ซึ่งซึมเข้าไปถึงเนื้อ ทานคู่กับผักสด และข้าวสวยร้อน ๆ เข้ากันได้ดีมาก


ตามมาติด ๆ ครับกับเมนูนี้ หมึกไข่ผัดพริกเผา หมึกไข่ชิ้นใหญ่ ๆ ไข่เน้น ๆ ผัดคลุกเคล้ามากับพริกเผารสชาติหอมหวานเข้มข้น ได้รสสัมผัสมัน ๆ จากไข่ปลาหมึก ตัดสลับกับความเผ็ดหวานของพริกเผา เป็นเมนูรสชาติกลาง ๆ ทานง่าย ทานกับข้าวสวยเพิ่มรสชาติ


ปลาเก๋าหยกผัดฉ่า หนึ่งในเมนูแนะนำของทางร้าน ปลาเก๋าหยกเป็นปลาทะเลน้ำลึก ซึ่งในฉะเชิงเทราไม่ค่อยมีใครขาย ทีเด็ดอยู่ตรงที่เป็น ’ปลาไม่มีก้าง’ ทานง่ายจริงครับ ที่ร้านนำมาผัดฉ่าสไตล์ฉะเชิงเทรารสเข้มข้นและเผ็ดแซ่บสะท้าน แต่ยังคงความกลมกล่อมไว้อย่างดี


มาถึงเมนูซอร์ฟ ๆ กันบ้างอย่าง ผัดผักสี่สหาย ประกอบไปด้วย คะน้า แครอท ข้าวโพด ผักกาดขาว หน่อไม้ฝรั่ง เห็ดหอม สาหร่าย เนื้อปู กุ้ง ผัดคลุกเคล้าในสไตล์จีน ๆ แต่มีรสชาติที่เข้มข้นกว่า

ปิดฉากความเด็ดกันด้วยเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน อย่าง ปลากะพงยัดไส้ราดซอสมะขาม เนื้อปลากะพงแล่เป็นชิ้น แล้วนำมันห่อด้วยไส้ที่ประกอบไปด้วย กุ้ง ปู หมูเด้ง ปลาหมึก มันบด และอีกหลายอย่าง (เป็นสูตรลับบอกไม่ได้) ราดด้วยซอสมะขามรสชาติเปรี้ยวหวาน


บอกเลยครับว่าวันนี้อิ่มและฟินมาก หากเพื่อน ๆ คนไหนกำลังมองหาร้านอาหารไทยซีฟู้ดเจ๋ง ๆ แบบครบเครื่องทั้งรสชาติและบรรยากาศชิลล์ ๆ ริมแม่น้ำบางปะกง อยู่ล่ะก็ บ้านโพธิ์ริเวอร์ไซด์ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียวครับ เพื่อน ๆ สามารถติดตามร้านในตำนานหรือ
ร้านอาหารเด็ดๆ ในเมืองชลบุรีได้ที่นี่ ชลบุรีกินอะไรดี

ร้านตั้งอยู่ที่.99 ม.6 ฉะเชิงเทรา (มาถนนสาย 314 เลยโตโยต้ามาเลี้ยวขวาตรงสามแยกบ้านโพธิ์ ขับตรงมาอีก 4 กม.เลี้ยวขวาเข้าซอยมาอีก 1.8 กม. มีป้ายตลอดทาง)

ติดต่อ 086-843-5858, 086-111-0085

เวลาเปิดร้าน ทุกวัน: 10:00 – 21:00 น.

ขอบคุณรีวิวดีๆจาก Wongnai นะคะ

ของดี ของฝาก ฉะเชิงเทรา

ของดีของฝากฉะเชิงเทรา

ของดีของฝากฉะเชิงเทรา

มาเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา หากต้องการหาซื้อขนมกลับไปฝากครอบครัว หรือเพื่อนฝูง ปัจจุบันนี้มีร้านของฝากขนาดใหญ่ให้ได้แวะช็อปอยู่หลายร้าน ส่วนใหญ่จะเห็นได้ง่าย แวะได้สะดวก ตั้งอยู่ริมถนนสายหลัก เส้นทางก่อนเข้ามอเตอร์เวย์ (314) หรือเส้นทางสายฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม (304) ร้านของฝากแต่ละร้านมักจะมีขนมที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านนั้นๆ รวมถึงของฝากประเภทอื่นๆ อีกมากมาย หากต้องการหาของทานเล่นเบาๆ ทานกันในรถ หรือฝากคนทางบ้าน

 

แนะนำว่าที่ฉะเชิงเทรามีร้านชิฟฟอนดังอยู่หลายร้าน ชิฟฟอนเป็นขนมทรงสามเหลี่ยมชิ้นเล็กๆ ทานง่าย ทำสดใหม่ทุกวัน ขนมเนื้อเค้กนุ่มฟู สอดไส้ครีมรสชาติต่างๆ นำมาทานกับกาแฟยิ่งเข้ากันมาก ส่วนที่ต้องใส่ใจหน่อยก็คือ ขนมชนิดนี้ใช้วัตถุดิบที่อาจเสียง่าย จึงไม่ควรไว้ในที่อากาศร้อนจัด ควรแวะซื้อก่อนกลับจะดีกว่า เมื่อซื้อกลับไปบ้านแล้ว ก็ควรนำใส่ตู้เย็นทันที

 

ในฉะเชิงเทรายังมีขนมอีกชนิดที่มีชื่อเสียงโด่งดังมานาน นั่นก็คือ ขนมเปี๊ยะจากอำเภอบางคล้า อำเภอหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่เคยเป็นย่านที่มีชาวจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ได้ขนมสูตรต้นตำรับจีนแท้ออกมา ขนมสัญชาติจีนนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นจนมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบดั้งเดิม และรสชาติใหม่ๆ ที่ใส่ความร่วมสมัยลงไป ทานได้ทุกเพศทุกวัย และมักสร้างความประทับใจให้กับผู้รับ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ และผู้สูงวัย นิยมนำมาทานกับน้ำชา นอกจากนี้ในวันเทศกาลสำคัญต่างๆ เช่น ปีใหม่ ตรุษจีน งานแต่งงาน ขนมเปี๊ยะยังถือเป็นขนมมงคลที่มอบให้แก่กันอีกด้วย

 

นอกจากขนมต่างๆ แล้ว ของดีที่โด่งดังมากที่สุดของฉะเชิงเทราที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ มะม่วงน้ำดอกไม้ เป็นมะม่วงที่นิยมทานสุก เพื่อรอให้ได้รสหวาน นำมาทานกับข้าวเหนียมมูน สมัยก่อนนั้นคนมักจะนิยมทานข้าวเหนียวมูนกับมะม่วงอกร่อง ต่อมามะม่วงน้ำดอกไม้เริ่มเป็นที่นิยม เพราะผลค่อนข้างโต เนื้อเยอะ มีรสหวาน แม้จะไม่หวานฉ่ำเท่ามะม่วงอกร่อง แต่ก็ทานเข้ากันกับข้าวเหนียวมูนได้เช่นกัน จึงเป็นที่ชื่นชอบ และเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่ส่งออกไปต่างประเทศด้วย

 

ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ที่ฉะเชิงเทราจะมีการจัดงานเทศกาลมะม่วง ให้ผู้คนได้มาเดินชม เลือกซื้อไปชิม รวมถึงซื้อพันธุ์มะม่วงต่างๆ ไปปลูกได้ด้วย ในปัจจุบันนี้ไม่ต้องกลัวแล้วว่าจะต้องรอทานมะม่วงตามฤดูกาล เพราะมะม่วงบางสายพันธุ์ก็ออกมาให้ได้ทานกันตลอดทั้งปี ใครมาฉะเชิงเทรา จึงหาซื้อข้าวเหนียวมะม่วงได้ไม่ยาก สำหรับคนที่ต้องการซื้อกลับไปทานที่บ้าน หรือซื้อเป็นของฝาก หากยังไม่ต้องการทานทันที แนะนำให้ซื้อมะม่วงเป็นลูกแบบที่ยังไม่ปอกไปดีกว่า ซื้อแบบยังไม่สุกดี ก็สามารถเก็บไว้ได้จนกว่าจะสุก ส่วนข้าวเหนียวมูนทางร้านมักจะแพ็คแบบแยกกะทิมาให้ เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ควรนำกะทิใส่ตู้เย็น ส่วนข้าวเหนียวให้วางไว้ในอุณหภูมิห้องปกติ จะอยู่ได้ 1-2 วัน โดยไม่ต้องใส่ตู้เย็น

 

ขนมบ้านอุ๋ม (อุ๋ม ปัง หยา)
ภาพจาก facebook ขนมบ้านอุ๋ม

ขนมบ้านอุ๋ม เป็นหนึ่งในร้านขนมและเบเกอรี่ที่มีชื่อเสียงประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา ร้านมีขนมขึ้นชื่อหลายอย่าง เช่นชิฟฟอนเค้ก ขนมปังสังขยา ใครที่แวะมาแปดริ้ว ไม่ควรพลาดซื้อติดมือกลับไปเป็นของฝาก เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย เด็ก ผู้ใหญ่ และเพื่อนฝูง ร้านมี 2 สาขา ทั้งในเมือง และทางไปมอเตอร์เวย์

ร้านขนมบ้านอุ๋ม สาขาดั้งเดิมจะอยู่บนถนนเทพคุณากร ถนนเส้นเดียวกันกับทางไปวัดหลวงพ่อโสธร สาขานี้อาจจะเล็กหน่อย และหาที่จอดรถริมทางค่อนข้างยาก ต่อมาได้เปิดสาขาใหม่อยู่ถนนฉะเชิงเทรา-บางปะกง (314) ซึ่งเป็นสาขาใหญ่ แวะได้สะดวกกว่าเดิม

ร้าน “ขนมบ้านอุ๋ม” เป็นกิจการเบเกอรี่ที่เริ่มเปิดตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ ในชื่อร้านเดิมคือ “อั้ง เต็ก หมง” ต่อมา คุณอุ๋ม หรือคุณจิราภรณ์​ อังคเรืองรัตนา ลูกสาวที่เรียนจบมาด้านเทคโนโลยีด้านอาหาร ได้เข้ามาสานงานต่อจากกิจการทางบ้าน จึงได้ปรับเปลี่ยนหน้าตาร้าน เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขยายกิจการจนกลายเป็นร้านของฝากที่มีชื่อเสียงของจังหวัดฉะเชิงเทรา

ขนมบ้านอุ๋ม ผลิตเบเกอรี่มากมาย ผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อให้กับร้าน เป็นขนมแบบทานง่าย ได้แก่ ชิฟฟอนมะพร้าวอ่อน และขนมปังไส้สังขยา นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นอีกมากมาย เป็นขนมที่ผลิตสด ไม่ใส่สารกันบูด ขนมบางอย่างอาจเก็บไว้ได้ไม่นาน หรือต้องเก็บในที่เย็นเท่านั้น

ชิฟฟอนเค้ก (Chiffon Cake) เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของร้าน โดยทำเป็นไส้ต่างๆ หลายรสชาติ ได้แก่ ไส้มะพร้าวอ่อน ใบเตย นมสด ชาไทย กาแฟ ช็อคโกแลต เผือก กล้วยหอม ส้ม บลูเบอรี่ สตอเบอรี่ วนิลา ฝอยทอง เป็นเค้กที่เบา กินแล้วนุ่ม ละมุนลิ้น ที่ขายดี และเป็นที่นิยมมากคือ “ชิฟฟอนไส้มะพร้าวอ่อน” มีกลิ่นหอม หวานกำลังดี ทานกับน้ำชา หรือทานกับเครื่องดื่มต่างๆ เข้ากันได้ดี แต่มักจะเก็บไว้นานไม่ได้ ชิฟฟอนแต่ละชิ้นจะมีป้ายกำกับบอกชนิดของไส้ไว้ สามารถซื้อคละรสชาติได้ ทางร้านจะแพ็คใส่กล่องให้อีกที

ขนมปังสังขยา เป็นอีกหนึ่งผลผลิตของขนมบ้านอุ๋ม ที่ได้รับความนิยมมาก ขนมปังก้อนกลมขนาดกำลังดี แป้งขนมปังเป็นแบบบางนุ่ม ข้างในเป็นไส้สังขยา ใช้กะทิสด และวัตถุดิบที่ทำใหม่สด ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ใส่ไส้มาให้เยอะ รสชาติ หอมมัน หวานกำลังดี มี 2 ไส้ คือ สังขยาชานม และสังขยาใบเตย ขายบรรจุกล่อง แพ็คละ 6 ชิ้น ราคา 70 บาท

มาม่อนเค้ก เป็นขนมชิ้นเล็ก ทานง่าย เหมาะกับการเป็นของฝาก มีให้เลือกหลายหน้า เช่น ฝอยทอง อัลม่อน ลูกเกด ผลไม้รวม เม็ดมะม่วง งารวม เป็นต้น มาม่อนเค้กบรรจุใส่กล่อง กล่องละ 6 ชิ้น

เค้กบ้านอุ๋ม หรือซอฟท์เค้ก เป็นเค้กหน้านิ่ม เนื้อชิฟฟอน ทำออกมามีหลายหน้าให้เลือก เช่น หน้ามะพร้าว ช็อกโกแลต ฝอยทอง ส้มสด กาแฟสด+เนยนมสด สตอเบอรี่ บลูเบอรี่ เป็นต้น

ขนมเปี๊ยะแป้งนิ่ม เป็นของฝากที่ผลิตจากขนมบ้านอุ๋ม ไส้ถั่วไข่ ใส่ไข่เต็มฟอง หอมมัน บรรจุกล่อง กล่องละ 4 ชิ้น ราคา 140 บาท

พายรสชาติต่างๆ เช่น พายบลูเบอรี่ พายมะพร้าว พายลูกตาล แป้งพายหอมเนยสด เป็นพายสูตรเฉพาะ บรรจุ 1 กล่องมี 6 ชิ้น ราคากล่องละ 70 บาท

ข้อแนะนำ
– ชิฟฟอนเค้กรสมะพร้าว และเผือก เป็นรสที่เสียง่าย หากอยู่นอกตู้เย็น อยู่ได้ไม่เกิน 3-5 ชั่วโมง ส่วนเค้กรสชาติอื่น อยู่นอกตู้เย็นได้ประมาณ 1 วัน
– ระหว่างเดินทาง ไม่ควรให้เค้กโดนไอแดด หรือโดนแดดโดยตรง ควรวางไว้ใกล้แอร์ เมื่อนำกลับถึงบ้านแล้ว ควรนำเข้าตู้เย็นทันที
– หากเก็บเค้กชิฟฟอนไว้ในตู้เย็น ในช่องปกติ สามารถเก็บไว้ได้ 2 วัน
– หากเก็บเค้กชิฟฟอน เข้าช่องแข็ง สามารถเก็บได้ 5 วัน (เมื่อนำออกมาทาน ปล่อยให้คลายความเย็น เค้กจะนิ่มโดยไม่ต้องเข้าไมโครเวฟ)
– ทางร้านยังไม่มีบริการจัดส่งสินค้า
– ขนมบ้านอุ๋ม มีสาขาอยู่ในปตท. จิฟฟี่ พระราม 2 กม.35 อีกด้วย

สาขา 1 ถนนเทพคุณากร
เป็นสาขาดั้งเดิม ที่เปิดมานานกว่า 8 ปี ตั้งอยู่ในตัวเมืองฉะเชิงเทรา ห่างจากวัดหลวงพ่อโสธรไปประมาณ 700 เมตร มีลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา ติดกระจกใส มองเห็นได้จากด้านนอก ส่วนด้านในเต็มไปด้วยเบเกอรี่ ของฝากต่างๆ

เวลาเปิด
วันจันทร์-ศุกร์ 10.00 -21.00 น.
วันเสาร์-อาทิตย์ 9.00 -21.00 น.

การเดินทาง

1 หากออกจากวัดหลวงพ่อโสธร ให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นตรงตามทางถนนเทพคุณากรไปราว 700 เมตร จะเห็นร้าน ขนมบ้านอุ๋มทางซ้ายมือ

ที่อยู่ 605/2 ถนนเทพคุณากร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา 24000
โทร 038-517-109, 081-751-2137, 088-190-8179
เว็บไซต์ http://www.aumbakery.com/
เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/KanomBaanAum/

สาขา 2 บ้านโพธิ์ (อุ๋ม ปัง หยา)
สาขานี้เป็นสาขาใหม่ ที่เปิดขึ้นเมื่อไม่นาน ตั้งอยู่ริมทางถนนสายฉะเชิงเทรา-บางปะกง (314) อยู่ฝั่งขาออกจากฉะเชิงเทราไปมอเตอร์เวย์ ช่วงปากทางแยกวัดผาณิตาราม สาขา 2 นี้เป็นร้านใหญ่ มีพื้นที่ให้นำรถมาจอดที่ลานจอดด้านหน้าได้ ภายในร้านแบ่งเป็น 2 โซน คือ แผนกจำหน่ายของฝาก เช่นชิฟฟอนเค้ก ขนมปังสังขยา มาม่อนเค้ก เค้กหน้านิ่ม รวมถึงขนมต่างๆ อีกมากมาย

อีกโซนหนึ่งภายในร้าน เป็นโซนห้องอาหาร นั่งห้องแอร์สบายๆ เสริฟอาหารตามเมนู สไตล์อาหารจานเดียว อาหารตามเมนูและขนมหวานต่างๆ บรรยากาศบริเวณห้องอาหาร ตกแต่งสไตล์ทันสมัยสวยงาม ใช้โทนสีขาว จัดวางเฟอร์นิเจอร์ ให้ออกมาแนวหวานๆ สไตล์วินเทจ มีทั้งที่นั่งแบบชุดโซฟา และชุดโต๊ะนั่งรับประทานอาหาร อาหารที่มีทั้งสไตล์ไทย และสไตล์ฝรั่ง เช่น ข้าวราดไก่ผัดเม็ดมะม่วง ต้มยำกุ้ง แพนงไก่ราดข้าว แกงส้มผักรวม มัสมั่นไก่ สเต็กหมูคุโรบุตะ สปาเก็ตตี้ซอสหมู คาโบนาร่า เป็นต้น

ในโซนห้องอาหารนี้ยังมีมุมน้ำชา กาแฟสด ให้ได้ทานกับขนมหวานอร่อยๆ เมนูที่หลายคนชอบได้แก่ “สังขยาหม้อไฟ” เป็นเมนูที่ทานแบบสนุกๆ ขนมปังโฮมเมดนึ่ง รสนุ่ม หั่นขนาดพอดีคำ เสริฟพร้อมกับสังขยาใบเตยรสชาติไม่หวานมาก เสริฟใส่มาในภาชนะอุ่นไฟ สไตล์ฟองดูว์ หรือจะสั่งขนมอื่นๆ ทางร้านก็มีให้เลือกเยอะ เช่น เช่น ฮันนี่โทสต์ เครปเค้ก ปังเย็น เป็นต้น

เวลาเปิด
6.00 -21.00 น.

การเดินทาง

1 หากเดินทางออกจากจังหวัดฉะเชิงเทรา มุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ​ โดยใช้เส้นทางฉะเชิงเทรา-บางปะกง (314)
2 เมื่อผ่านแยกเลี่ยงเมือง (ที่เลี้ยวไปยัง อ.พนมสารคาม) เลยมาประมาณ 2.5 กิโลเมตร ผ่านปั๊มคาลเท็กซ์ไปหน่อย จะเห็นร้านขนมบ้านอุ๋มทางซ้ายมือ (อยู่ก่อนถึงทางแยกเข้าวัดผาณิตาราม)

ที่อยู่ 59/8 ตำบลบางกรูด อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
โทร 038-596-749, 084-917-1777

ร้านตั้ง เซ่ง จั้ว
ภาพจาก facebook ขนมเปี๊ยะตั้งเซ่งจั้ว

ร้านตั้ง เซ่ง จั้ว มีร้านดั้งเดิมตั้งอยู่ในตัวอำเภอบางคล้า และยังมีสาขาที่อยู่ถนนสายนอก เส้นฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี (304) และตามจุดพักรถ แวะได้สะดวกก่อนกลับกรุงเทพฯ มีที่จอดรถสะดวกสบาย

ร้านตั้ง เซ่ง จั้ว เป็นชื่อร้านที่ใช้แซ่ ของต้นตระกูล นายฮก แซ่ตั้ง ผู้ที่เดินทางมาจากเมืองซัวเถา ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ มาตั้งรกรากอยู่ที่อำเภอบางคล้า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2475 ในช่วง 80 กว่าปีก่อนนั้น อำเภอบางคล้าเป็นบริเวณที่มีชาวจีนมาอาศัยกันอยู่มาก นายฮก มีความรู้เรื่องการทำขนมเปี๊ยะตามต้นตำรับ ที่เป็นสูตรดั้งเดิมจากซัวเถาเป็นทุนอยู่แล้ว จึงเปิดขายให้แก่ชาวจีนในบางคล้า จนเป็นที่รู้จักกันดีเรื่อยมา และได้สืบทอดกิจการกันมาเรื่อยๆ แบบรุ่นสู่รุ่น

จนกระทั่งปัจจุบัน ได้มีการปรับตัว พัฒนาต่อยอดกิจการ ให้เข้ากับยุคสมัย ขยายสาขาเพื่อเพ่ิมความสะดวกสบายในการเข้าถึงสินค้า สร้างแบรนด์ให้ดูน่าจดจำ แตกรายการผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการที่มากขึ้น ปรับเปลี่ยนรูปแบบแพ็คเกจให้ดูทันสมัย น่าสนใจ จดจำง่าย ไปจนถึงการสร้างความเป็นอัตลักษณ์ของร้านให้มีความโดดเด่น ปัจจุบัน ร้านตั้ง เซ่ง จั้ว กลายเป็นร้านที่เป็นที่รู้จักออกไปอย่างกว้างขวาง และเป็นร้านของฝากที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา

ขนมเปี๊ยะของร้านตั้ง เซ่ง จั้ว เป็นขนมเปี๊ยะที่รักษาระดับคุณภาพการผลิตได้อย่างคงที่ และยังต่อยอดผลิตภัณฑ์ไปเป็นขนมเปี๊ยะขนาดเล็ก และขนมในรูปแบบอื่นที่ยังอยู่ในกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกัน เช่นผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “A-mei” (อาเม่ย หรือ อาหมวย) ทำให้สินค้าที่วางจำหน่ายมีให้เลือกกว่าร้อยแบบ

ขนมเปี๊ยะโบราณ เป็นขนมเปี๊ยะที่ชาวจีนรู้จักดี ใช้เป็นของไหว้ในเกือบทุกเทศกาล มีขนาดกลมแบนใหญ่ ด้านบนเขียนตัวอักษรจีนสีแดง สูตรดั้งเดิมจะมีเพียง 2 ไส้ คือไส้ถั่ว และไส้ฟักเชื่อม ขนมเปี๊ยะโบราณ ทางร้านทำออกมา 4 ขนาดให้เลือก (ไซส์ S, M, L, XL) ราคาและไส้จะแตกต่างกันไปตามขนาดขนมเปี๊ยะด้วย ไซส์เล็กจะไม่มีไข่ ส่วนไซส์ใหญ่ จะใส่ไข่แดงด้วย ขนมเปี๊ยะโบราณใส่อยู่ในกล่องที่ดีไซน์สวยงาม เหมาะกับการซื้อไปเป็นของฝากผู้ใหญ่ ก็ดูเป็นของที่ทรงคุณค่า

ขนมเปี๊ยะลูกเล็ก เป็นขนมขนาดพอคำ ทางร้านทำออกมาหลายไส้มาก แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ คือขนมเปี๊ยะไส้เค็ม เป็นขนมเปี๊ยะที่มีไส้กึ่งของคาว เป็นขนมที่ทำตามสูตรต้นตำรับดั้งเดิม จะมีไส้เค็มหมูเต้าหู้ยี้ ไส้หมูอบกุ้ง และไส้หมูหยองน้ำพริกเผา ทางร้านจัดใส่กล่องแบบไส้เค็มรวมไว้ให้ เพื่อให้ทานคละกันได้ทุกรสชาติ

ส่วนขนมเปี๊ยะลูกเล็กอีกแบบหนึ่ง เป็นแบบขนมเปี๊ยะกุหลาบ ที่มีรสชาติออกหวานๆ เค็มๆ ตามแบบฉบับของขนมเปี๊ยะทั่วไป ชนิดนี้ทำออกมาหลายไส้มาก เช่น ไส้ถั่วไข่เค็ม ถั่วดำไข่เค็ม ถั่วล้วน ฟักล้วน งาดำ เผือก ครีม ช็อคโกแลต และขนมเปี๊ยะไส้ผลไม้ต่างๆ เช่น ไส้สับปะรด องุ่น ลูกพรุน ผลไม้ธัญพืช และพุทราจีน

ขนมเปี๊ยะฮกเกี้ยน ไส้งาเปลือกส้ม เป็นขนมเปี๊ยะเจ นำไปไหว้เป็นของเจได้ ขนมเปี๊ยะก้อนใหญ่ ด้านนอกดูขาว ข้างในเป็นไส้ที่มีลักษณะใส เหนียว มีกลิ่นหอมของส้ม

ขนมเปี๊ยะชนิดอื่นๆ เช่นขนมเปี๊ยะเนยสด ขนมเปี๊ยะพัฟ (ไส้กะหรี่ไก่) ขนมเปี๊ยะพระอาทิตย์​ไส้นม

ขนมไหว้พระจันทร์ เป็นขนมที่มักทำขึ้นในโอกาศพิเศษ ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ มีลักษณะทรงกลม กดใส่พิมพ์ให้มีผิวหน้าเป็นลวดลายสวยงาม ข้างในสอดไส้ต่างๆ เช่น ไส้ทุเรียนไข่เค็ม ไส้โหงวยิ้ง (ธัญพืช 5 อย่าง)

ขนมบัวหิมะ มี 4 ไส้ คือ ถั่วเขียว ถั่วแดง ทุเรียน งาดำ ใน 1 กล่องมีรวมรส มีให้ชิมด้วย

ขนมอื่นๆ เช่น ขนมเม่งทึ้ง (ขนมงาอ่อน) ขนมคอเป็ด ขนมกลีบบัว ขนมโก๋ญี่ปุ่น ขนมโก๋อ่อน (ไส้ชาเขียว ไส้งาดำ ไส้รวม) จูซังเปี๊ยะ (ไข่เค็ม + มันเทศ) โมจินมสด (ไส้ถั่วไข่เค็ม) พัฟเนยสด (ไส้ถั่ว และเผือก) พายสับปะรด และพายมะตูม

ข้อแนะนำ
– ขนมเปี๊ยะจากร้านตั้ง เซ่ง จั้ว สามารถ เก็บไว้ได้นาน 2 สัปดาห์​ – 1 เดือน (แล้วแต่ประเภท และชนิดของไส้ขนม)
– ในกรุงเทพฯ มีวางขายที่โกลเด้นเพลส (Golden Place)
– ทางร้านบริการจัดส่งผ่านไปรษณีย์ บริษัทขนส่ง รถทัวร์นครชัยแอร์ และบริษัท 407 พัฒนา

ร้านตั้ง เซ่ง จั้ว มีหลายสาขากระจายอยู่ทั้งในเขตตัวเมืองฉะเชิงเทรา และอำเภอบางคล้า ตามเส้นทางถนนสายหลักต่างๆ ทำให้สามารถแวะได้สะดวกในทุกเส้นทาง นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยังมีวางขายในห้างโกลเด้นเพลส (Golden Place) สาขาต่างๆ กรุงเทพฯ หัวหิน เป็นต้น สำหรับร้านตั้ง เซ่ง จั้ว ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้แก่

สาขา เก๋งจีน บนทางหลวงเส้น 304 (ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี)
เป็นสาขาที่มีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น สวยงามไม่เหมือนใคร ร้านกว้างขวาง แวะได้สะดวก ตั้งอยู่ริมถนนสายหลัก สะดวกในการแวะขากลับ หลังจากเที่ยวบางคล้าแล้ว

สาขานี้ที่เรียกว่า เก๋งจีน นั้น เรียกตามลักษณะของอาคารร้าน ที่ด้านหน้าสร้างเป็นกลุ่มอาคารทรงเก๋งจีน บ่งบอกความเป็นมา ที่ถูกสืบทอดมายาวนานของร้านตั้ง เซ่ง จั้ว โดยออกแบบอย่างมีสไตล์ มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม สอดคล้องกับการเป็นร้านขนมเปี๊ยะในแบบจีนดั้งเดิม อาคารนี้ยังเคยได้รับรางวัลทางสถาปัตยกรรมดีเด่น ด้านอาคารรวมกิจกรรม พาณิชยกรรมมาแล้ว เมื่อปี พ.ศ.2547

ส่วนด้านในดีไซน์โดยเก็บรายละเอียดจากหน้าร้านเดิม นำไม้จากบ้านหลังเก่า มาจำลองเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น นอกจากนี้ บรรยากาศโดยรอบ ยังตกแต่งให้มีความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเลือกซื้อของอยู่ที่เมืองจีน ร้านกว้างขวาง เดินเลือกซื้อ เลือกชมได้สะดวก

เวลาเปิด
จันทร์-พฤหัส 7.00 – 18.00 น.
ศุกร์-อาทิตย์ 7.00 – 19.00 น.

ที่อยู่ ทางหลวงเส้น 304 (ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) ตำบลเสม็ดเหนือ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา 24110
โทร 038-568-988

การเดินทาง

1 หากออกจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา ตรงไปทางอำเภอบางคล้า โดยใช้เส้นทางฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี (304) ให้ตรงไปเรื่อยๆ ผ่านทางเลี้ยวเข้าวัดสมานรัตนาราม และวัดหัวสวนไปสักระยะ จะเห็นซุ้มประตูวัดใหม่บางคล้าทางซ้ายมือ (ก่อนถึงแยกบางคล้า) จากนั้นให้เตรียมชิดเลนขวาเพื่อกลับรถ เมื่อกลับรถมาแล้ว จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ

* หากไปเที่ยวที่อำเภอบางคล้า แวะขากลับกรุงเทพฯ จะสะดวกมาก เมื่อมาถึงแยกบางคล้า เลี้ยวขวาเข้าทางเส้นฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี (304) เพื่อตรงไปทางตัวเมืองฉะเชิงเทรา ตรงจากแยกไปประมาณ 4 กิโลเมตร จะเห็นร้านทางซ้ายมือ

สาขา ถนนสิริโสธร (บางพระ)
สาขานี้เป็นอีกสาขาหนึ่งที่โดดเด่น ร้านใหญ่ ตัวอาคารสีแดงสด เห็นได้ชัดเจน แวะก่อนกลับเข้ากรุงเทพฯ​ ได้สะดวก ร้านอยู่ในช่วงขาออกจากฉะเชิงเทรา ห่างจากเส้นเลี่ยงเมืองเพียง 500 เมตร

โดยที่ สาขาถนนสิริโสธร แห่งนี้ เป็นชื่อที่เรียกตามชื่อถนนทางหลวงเส้น 314 (บางปะกง-ฉะเชิงเทรา) ด้านนอกเป็นอาคารที่ตกแต่งให้มีความเป็นจีน และใช้สีแดงสด ที่เป็นสียอดนิยมของชาวจีน ภายในร้านเป็นห้องแอร์ ตกแต่งทันสมัย นอกจากของโซนของฝาก ยังมีร้านกาแฟ และร้านอาหาร “เรือนคำอร่อย” เสริฟอาหารไทย สไตล์อาหารจานเดียว เช่น ข้าวผัดน้ำพริกปลาทู ข้าวกระเพราหมูตุ๋นกับไข่ยางมะตูม ก๋วยเตี๋ยวซอสต้มยำแห้ง เป็นต้น

ที่อยู่ ตำบลบางพระ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา 24000
โทร 099-390-2393

การเดินทาง

1 หากออกจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา โดยใช้เส้นทางบางปะกง-ฉะเชิงเทรา (314) เมื่อผ่านแยกจุดตัดกับเส้นเลี่ยงเมือง ไปประมาณ 500 เมตร จะเห็นร้านตั้ง เซ่ง จั้ว ทางซ้ายมือ
ขนมกุ้ยช่ายเจ๊อิม เกาะขนุน
ภาพจาก facebook ขนมกุยช่ายเจ๊อิม เกาะขนุน

ขนมกุ้ยช่ายเจ๊อิม เกาะขนุน เป็นขนมกุ้ยช่ายชื่อดังของอำเภอพนมสารคาม จนกลายเป็นของดีเมืองแปดริ้วด้วย ด้วยเอกลักษณ์ของกุ้ยช่ายแป้งบาง ไส้แน่นเต็มลูก อร่อยเต็มปากเต็มคำ ทำให้มีคนถามหา และตามมาเข้าคิวซื้อกันถึงแหล่งผลิต ยืนรอปั้นนึ่งขายกันสดๆ ร้านขนมกุ้ยช่ายเจ๊อิม อยู่ไม่ไกลจากถนนสายหลัก แวะง่าย เลี้ยวไปทางอำเภอสนามชัยเขตไม่ไกล เส้นทางก็ไม่ลึกลับ ซับซ้อน

ร้านขนมกุ้ยช่ายเจ๊อิม ตั้งอยู่ในตำบลเกาะขนุน หากตรงจากอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา มาทางพนมสารคาม พอเห็นแยกเลี้ยวขวาไปสนามชัยเขต จึงเลี้ยวไป ผ่านหน้าโลตัสพนมสารคาม ไปอีกราวๆ เกือบ 3 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวเข้าซอยไปอีกหน่อยก็ถึง

ขนมกุ้ยช่ายเจ๊อิม เป็นเจ้าแรกที่ขายกุ้ยช่ายแป้งบาง จนทำให้เกาะขนุนกลายเป็นที่รู้จัก และเป็นของฝากขึ้นชื่อของเกาะขนุนอำเภอพนมสารคาม หากคนจำชื่อร้านไม่ได้ ถามหากุ้ยช่ายเกาะขนุน ก็เป็นที่เข้าใจตรงกันว่า จะหมายถึง “ขนมกุ้ยช่ายเจ๊อิม” นั่นเอง

ร้านขนมกุ้ยช่ายเจ๊อิม เป็นร้านที่ไม่ได้อยู่ติดริมถนนนอก ต้องเข้าซอยไปหน่อย และไม่ได้จัดหน้าร้านเป็นเรื่องเป็นราว ขายกันอยู่ในร้านที่มีลักษณะเหมือนบ้าน เพียงแต่มีป้ายบอกชื่อร้านไว้ชัดเจน จึงเหมือนเป็นแหล่งผลิตขนมกุ้ยช่ายมากกว่า เพราะจะเห็นกระบวนการทำกุ้ยช่ายกันแบบสดใหม่ ปั้นแป้ง ใส่ไส้ นำไปนึ่งกันอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะหมดแต่ละวัน ส่วนใหญ่คนจะมาซื้อกันเป็นสิบๆ กล่อง อาจต้องเข้าคิวรอกันหน่อย ได้ยืนดูการทำกุ้ยช่ายไปเพลินๆ เป็นการฆ่่าเวลา

กุ้ยช่ายเจ๊อิม มีความแตกต่างจากเจ้าอื่นๆ ตรงที่เป็นกุ้ยช่ายแป้งบาง ข้างในใส่ไส้อัดแน่นจนแทบทะลัก มีพนักงานช่วยกันปั้น และจัดเรียงใส่ถาดตระแกรง เพื่อนำไปวางไว้ที่เตานึ่ง เรียงเป็นชั้นๆ เพื่อให้นึ่งได้ครั้งละ 3-4 ถาด พอนึ่งสุกแล้วจะทาด้วยน้ำมัน เพื่อไม่ให้ติดกัน แป้งกุ้ยช่าย บางใสจนมองเห็นไส้แทบจะทะลุออกมาจากตัวแป้ง ไส้ก็ผัดได้รสชาติกลมกล่อมกำลังดี กินกับน้ำจิ้มซีอิ้วหวานเผ็ดนิดๆ ยิ่งทำให้รู้สึกเข้ากัน ความอร่อยของกุ้ยช่ายเจ๊อิม เป็นที่เลื่องลือจนผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารอย่าง “หมึกแดง” ยังต้องตามมาชิม กุ้ยช่ายมี 3 ไส้ให้เลือก คือ ไส้กุ้ยช่าย หน่อไม้ และเผือก จำหน่ายใส่กล่องๆ ละ 10 ชิ้น

ข้อแนะนำ
– ควรรับประทานภายใน 1 วัน และควรเก็บไว้ในที่เย็น
– กุ้ยช่ายเจ๊อิม บางวันขายดีมากๆ จนอาจขายหมดก่อนเวลาปิด หากไม่ต้องการรอนาน ควรโทรสั่งล่วงหน้า

การเดินทาง

1 หากมาจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา ใช้เส้นทางฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี (304) มุ่งหน้าไปทางอำเภอพนมสารคาม
2 พอมาถึงช่วงพนมสารคาม จะเจอสี่แยกพนมสารคาม บอกทางเลี้ยวขวาไป อ.สนามชัยเขต (3245) จึงเลี้ยวขวาตรงแยกนี้
3 เมื่อเลี้ยวมาแล้วจะเห็นโลตัส (ทางขวามือ) จากนั้นตรงไปเรื่อยๆ อีกเกือบๆ 3 กิโลเมตร จะเห็นซอยเทศบาล 1 ทางขวามือ (** สังเกตจะเห็นปั๊มน้ำมันท้องถิ่นทางขวามือก่อน จากนั้นถนนจะโค้งขวา พอพ้นโค้งไปสักระยะ ซอยเทศบาล 1 จะอยู่ทางขวามือ) เลี้ยวขวาเข้าซอยไปหน่อย ร้านจะอยู่ทางขวามือ (เป็นเหมือนบ้าน)

ที่อยู่ 433 หมู่ 2 ซอยเทศบาล 1 ตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา
โทร 038-551-722, 087-140-3693
เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/ขนมกุยช่ายเจ๊อิมเกาะขนุน-1442868172623993/

เวลาเปิด
6.00 – 18.00 น.

ข้าวเหนียวมูนเจ๊สวย (ข้าวเหนียวมะม่วง)
ภาพจาก facebook เจ๊สวยข้าวเหนียวมะม่วง

ข้าวเหนียวมูนเจ๊สวย เป็นร้านข้าวเหนียวมูน ที่เปิดเป็นร้านขายริมทาง เน้นข้าวเหนียวมูนหอมอร่อย สาวกข้าวเหนียวมะม่วงไม่ควรพลาด ต้องมาพิสูจน์ลองชิมข้าวเหนียวมูนรสกลมกล่อมของเจ๊สวย ที่ได้รับการการันตีด้วยรางวัลมากมาย ซื้อทานกับมะม่วงน้ำดอกไม้จากบางคล้า ซื้อเป็นของฝากกลับไป ก็ถูกใจผู้รับแน่นอน

ข้าวเหนียวมูนเจ๊สวย ตั้งร้านอยู่ริมถนนสายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี (304) เส้นทางที่ตรงไปอำเภอพนมสารคาม ผ่านแยกบางคล้ามาประมาณ 4 กิโลเมตร ร้านอยู่ซ้ายมือ หน้าร้านมีมะม่วงสีเหลืองทองลูกใหญ่ พร้อมป้ายชื่อเจ๊สวย เห็นได้ชัดเจน

ร้านเจ๊สวย เป็นร้านที่ข้าวเหนียวมูนได้รับรางวัลจากการประกวดมาแล้วถึง 4 ปี ซ้อน แถมมีเครื่องหมายเชลล์ชวนชิมจาก ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ มาช่วยรับรองให้อีกคน เจ้าของต้นตำรับการทำข้าวเหนียวมูน ได้แก่ เจ๊สวย หรือ คุณจันทิมา น่วมภักดี ที่ทำข้าวเหนียวมูนรสชาตินุ่มอร่อย เพิ่มสีสันข้าวเหนียวให้น่าทาน โดยใช้สีจากพืชธรรมชาติมาผสม ได้แก่ สีขาวเป็นกะทิสด สีเหลืองขมิ้น สีเขียวใบเตย สีชมพูเฟื่องฟ้า และสีม่วงอัญชัน ข้าวเหนียวเม็ดสวย นุ่ม ไม่แข็งกระด้าง ไม่แฉะ รสชาติหวานมัน ราดกะทิให้ออกเค็มหน่อย ได้รสชาติกลมกล่อมกำลังดี ทานกับมะม่วงสุกหวาน

สำหรับร้านเจ๊สวยนี้ จะจำหน่ายข้าวเหนียวมูน พร้อมทั้งมีมะม่วงวางขายให้ทานคู่กัน มะม่วงมีหลายพันธุ์ด้วย เช่น น้ำดอกไม้สีทอง* น้ำดอกไม้เบอร์ 4** เป็นต้น หากใครต้องการซื้อมะม่่วงเพื่อนำกลับไปทานที่บ้าน สามารถขอคำปรึกษาจากเจ๊สวยได้ด้วยว่า ควรเลือกแบบไหน ทานได้เมื่อไหร่

* มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เป็นมะม่วงฤดูเดียว ออกลูกปีละครั้ง ปรับปรุงพันธุ์จนเป็นที่นิยมปลูก โดยเฉพาะในแถบอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการปลูกเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศด้วย มะม่วงให้ผลโต อกอูมอิ่ม พิเศษคือมีผิวสวย การปลูกมักจะห่อให้ได้ผิวสวย เปลือกสีเหลือง ปลายผลมีสีเข้มกว่ากลางผล เมื่อสุกเนื้อมะม่วงจะสีเหลืองเข้ม มีกลิ่นหอม รสหวาน นิยมทานกับข้าวเหนียวมูน

** มะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 เป็นมะม่วงสายพันธ์ุทะวาย (ทะวาย คือ ผลไม้ที่ออกผลได้ตลอดโดยไม่ต้องตรงตามฤดูกาล) ให้ผลดก ออกลูกได้ตลอดปี เป็นการปรับปรุงพันธ์ุให้ได้ผลที่มีขนาดหลายเบอร์ ตามขนาดที่ได้ ที่นิยมมากที่สุด คือ มะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 ที่มีผลขนาดใหญ่กำลังเหมาะกับคนที่ต้องการซื้อไปทาน ได้เนื้อเยอะ รูปทรงสวย เวลาสุกแล้วรสชาติหวาน หอม คนนิยมทานกับข้าวเหนียวมูน

วิธีการเลือกมะม่วงน้ำดอกไม้
– เลือกผลที่ค่อนข้างกลม อวบอ้วน อกอิ่มเต่ง
– ผลสุกเมื่อจับแล้วจะมีลักษณะนิ่มมือหน่อย
– ผิวมะม่วงควรเป็นสีเหลืองอมส้ม (ไม่ใช่เหลืองอ่อน)
– ดมแล้วมีกลิ่นหอมของมะม่วงสุก

ข้อแนะนำ
– ข้าวเหนียวมูนไม่ต้องเก็บแช่ตู้เย็น วางไว้ในอุณหภูมิห้อง ไว้ได้ 2 วัน ส่วนกะทิให้นำใส่ตู้เย็นไว้

การเดินทาง

1 เดินทางจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา ใช้เส้นทางฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี (314) มุ่งหน้าไปทาง อ.พนมสารคาม
2 เส้นทางจะผ่านแยกบางคล้า จากนั้นจะผ่านสามแยกหนองปลาตะเพียน (หรือแยกที่ไปแปลงยาว / ระยอง) เลยจากแยกไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะเห็นร้านข้าวเหนียวมูนเจ๊สวย อยู่ทางซ้ายมือ (มีเป็นสัญลักษณ์มะม่วงลูกใหญ่อยู่ริมทาง)

ที่อยู่ 65/5 หมู่ 5 ถนนทางหลวงสายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี (304) กม.21-22 ตำบลท่าทองหลาง อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา 24110
โทร 087-618-2653
เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/j.suay1

เวลาเปิด
6.00 – 16.30 น.

 

https://www.ceediz.com/th/travel/chachoengsao/%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%89%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2.161571/

 

สุดยอดที่เที่ยวแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา 10 อันดับ

สุดยอดที่เที่ยวแปดริ้ว 10 อันดับ

จากการจัดอันดับ ใน sanook.com

ที่มา http://travel.sanook.com/1219996/

สุดยอดที่เที่ยวแปดริ้ว หรือฉะเชิงเทรา จังหวัดที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่นิดเดียว ใช้เวลาสั้นๆ เพียง 45นาทีก็ถึงแล้ว ที่ผ่านมาหลายมักคิดว่าแปดริ้วเป็นเหมือนเมืองทางผ่านเพื่อเที่ยวในจังหวัดต่างๆ ทางภาคตะวันออก แต่ความเป็นจริงแล้วเมืองเล็กๆ แห่งนี้กลับมีแหล่งท่องเที่ยวโดดเด่นที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น…

1.วัดโสธรวรารามวรวิหารวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวแปดริ้ว และมีผู้ที่นับถืออีกมากมาย สำหรับผู้มีบุตรยากมักจะมาสักการะขอพรจากหลวงพ่อ หากสมดังใจมักจะมาแก้บนด้วยละครชาตรีหรือไข่ต้ม เป็นต้น

2.มหกรรมปั้นทรายโลก ประติมากรรมทรายในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกและแห่งเดียวในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า12 ไร่ ในรูปแบบต่างๆที่ถูกนำมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวได้อย่างน่าอัศจรรย์

3. ตลาดโบราณนครเนื่องเขต ตลาดเก่าแก่สมัยรัชกาลที่5 สามารถเลือกชมเลือกชิมอาหารหรือของที่ระลึกได้ทั้งสองฝั่งคลอง ทำให้ทอดน่องกันจนเมื่อยกันเลยทีเดียว และจากการได้แวะไปชิมก๋วยเตี๋ยวที่มีหลายร้านในตลาดแห่งนี้ ขอกระซิบบอกได้เลยว่าเด็ดทุกร้าน

4. วัดจีนประชาสโมสร(เล่งฮกยี่) สักการะพระพุทธรูปเทวรูปจีนอ้วยโห้ ท้าวจตุโลกบาล และสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่ทำมาจากกระดาษโบราณอายุนับ 100 ปี ให้เราได้เสริมบารมีอีกทั้งยังสามารถแก้ปีชงได้ที่นี่อีกด้วย

5. วัดสมานรัตนาราม วัดแห่งนี้ได้รวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้หลายอย่าง และทำอย่างยิ่งใหญ่ แต่ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่คงหนีไม่พ้นพระพิฆเนศสีชมพูปางเสวยสุข ที่นอนเด่นเป็นสง่าติดกับแม่น้ำบางปะกง ถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ดีมากๆ

6.ถ้ากล่าวถึงพระพิฆเนศ คงจะไม่กล่าวถึงพระพิฆเนศปางยืนเนื้อสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกไม่ได้ มีความสูงรวมแท่นฐาน 39 เมตร ประดิษฐาน ณ อุทยานพระพิฆเนศ ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง ตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน

7. วัดปากน้ำโจ้โล้ อ.บางคล้า ลักษณะสวยงาม ลวดลายอ่อนช้อย แต่ที่ทำให้ที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดัง ก็เพราะเป็นโบสถ์ที่มีสีทองทั้งหลัง และยังสามารถเดินรอดใต้องค์พระประธานได้อีกด้วย

8. อ.บางคล้า ยังเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลสดพร้อมดื่มแห่งเดียวของภาคตะวันออกที่ หมู่บ้านน้ำตาลสด สามารถชมการสาธิตการทำน้ำตาลตั้งแต่ปีนขึ้นไปปาดตาลจนกระทั่งพร้อมดื่ม ที่นี่ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากต้นตาลตั้งแต่รากจนถึงปลายยอดนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างครบถ้วน นับได้ว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนรุ่นหลังได้รับชมได้เป็นอย่างดี

9. แปดริ้วยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สามารถแนะเป็นแนวทางให้ร่ำรวยได้ คือที่ สวนปาล์มฟาร์มนก ฟาร์มนกที่ใหญ่เป็นระดับต้นๆ ของโลก สัมผัสกับนกแก้วมาคอว์และสัตว์แสนรู้ ที่มีราคาหลักแสนไปจนถึงหลักล้าน

10.คุ้มวิมานดิน มาร่วมแสดงฝีไม้ลายมือปั้นดินเป็นผลงานของเราเองไม่ซ้ำแบบใครในโลกอย่างแน่นอนและเลือกซื้อของที่ระลึกที่ทำมาจากแหล่งผลิตในท้องถิ่นและชุมชนติดไม่ติดมือกลับกรุงเทพแบบสบายใจได้เลย

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร.0 3851 5186

เรื่องและภาพ: ทศพร สุภาพ

 

ร้านอร่อยฉะเชิงเทรา- แปดริ้ว

7 ร้านอร่อยฉะเชิงเทรา-แปดริ้ว

ร้านอร่อยฉะเชิงเทรา-แปดริ้ว ชื่อดัง

อิ่มอร่อยกับกุ้งเผาตัวโต ๆ

จากการจัดอันดับ kapook.com

https://travel.kapook.com/view124105.html

 

  จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อเมืองแปดริ้ว เมืองเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำสายสำคัญของภาคตะวันออก ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดน่าเที่ยวในภาคตะวันออกที่หลายคนมักมองข้าม ซึ่งจริง ๆ แล้วที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายรอคอยให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือน ทั้งความร่มรื่นไปด้วยสวนผลไม้ เป็นที่ตั้งของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน แหล่งที่อยู่อาศัยของจระเข้น้ำจืดแห่งสุดท้ายในเมืองไทย ส่วนบริเวณปากอ่าวแม่น้ำบางปะกงยังเป็นแหล่งชมโลมาหลายสายพันธุ์ รวมทั้งเป็นที่ตั้งของวัดหลวงพ่อโสธรหรือวัดโสธรวรารามวรวิหาร ศูนย์รวมจิตใจของประชาชนอีกด้วย

อย่างไรก็ตามนอกจากเราจะเดินทางไปชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ๆ  ของจังหวัดฉะเชิงเทรากันแล้ว ที่นี่ก็ขึ้นชื่อในเรื่องของเมนูอาหารอร่อย ๆ อย่าง “กุ้งแม่น้ำ” เช่นกัน วันนี้เราเลยแวะไปรวบรวมเอา 7 ร้านอาหารฉะเชิงเทรามาฝากเอาไว้ให้เพื่อน ๆ ไปอิ่มอร่อยแบบฟิน ๆ กัน ส่วนจะมีร้านไหนตามไปชมแบบเต็ม ๆ กันเลย

1. บ้านโพธิ์ริเวอร์ไซด์

 

ร้านอร่อย ฉะเชิงเทรา

 

ร้านอร่อย ฉะเชิงเทรา

 

 

 

ภาพจาก www.banphoriverside.net
ร้านอาหารบรรยากาศสวย ๆ  ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายด้วยโต๊ะไม้แบบยาว สามารถนั่งทานได้ทั้งในซุ้มเรือนไทยและบริเวณระเบียงไม้ริมแม่น้ำ ที่สามารถทานอาหารคู่ไปกับการชมวิวสวย ๆ ของแม่น้ำบางปะกงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเหมาะกับการพาครอบครัวไปนั่งชิล ๆ ทานอาหารในบรรยากาศเย็น ๆ ได้ด้วย ส่วนเมนูอาหารแนะนำของร้านที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ กุ้งแม่น้ำเผา, ปลากะพงพุงแตก, ยำเศรษฐี, ปูนิ่มผัดผงกะหรี่ และข้าวผัด

  เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-21.30 น.
ที่อยู่ : 99 หมู่ 6 ตำบลสนามจันทร์ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
โทรศัพท์ : 08 6843 5858
เว็บไซต์ : www.banphoriverside.net และเฟซบุ๊ก ร้านอาหารบ้านโพธิ์ริเวอร์ไซด์

 

 

2. สวนอาหารกุ้งนาง

ภาพจาก เฟซบุ๊ก KungNangRestaurant

ร้านอาหารบรรยากาศดีริมแม่น้ำบางปะกง ครบครันไปด้วยเมนูอาหารซีฟู้ดน่าทานหลากหลายชนิดให้เลือกในราคาย่อมเยา สำหรับเมนูเด็ดที่พลาดไม่ได้เมื่อเดินทางมาที่สวนอาหารกุ้งนาง ได้แก่ กุ้งแม่น้ำเผา, แกงคั่วหอยขม, เป็ดล่อน, ปูนิ่มผัดผงกะหรี่/ผัดพริกไทยดำ, ปลาคังลวกจิ้ม/ต้มยำ, ปลาช่อนสมุนไพร, ปลากะพงทอดน้ำปลา, ไก่ครีมมะนาว และกุ้งพล่า เป็นต้น

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.
ที่อยู่ : เลขที่ 516 ถนนศุภกิจ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
  โทรศัพท์ : 0 3851 3414
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก ร้านกุ้งนาง KungNangRestaurant


3. ครัวบ้านริมน้ำ บางปะกง

ร้านอาหารบรรยากาศสบาย ๆ ริมบึง เน้นบริการอาหารอร่อย ๆ ในราคาเป็นกันเอง ตั้งอยู่ด้านซ้ายมือก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ตัวร้านแบ่งที่นั่งให้เลือกหลายโซน ทั้งภายในร้าน ระเบียงริมน้ำ และแพลอยริมน้ำ ส่วนเมนูอร่อยที่พลาดไม่ได้ของร้าน ได้แก่ กุ้งแม่น้ำเผา, กุ้งผัดพริกเกลือ, ห่อหมกเนื้อปลา, แกงเนื้อหอยขม และปลาสมุนไพร เป็นต้น ซึ่งแต่ละเมนูปรุงด้วยพ่อครัวที่ชำนาญ เหมาะกับการทานอาหารเป็นครอบครัว แบบลงตัวกับบรรยากาศบ้านทรงไทย

  เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
ที่อยู่ : 396 ถนนศุภกิจ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
โทรศัพท์ : 0 3883 4131, 0 8135 6803
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก ครัวบ้านริมน้ำ บางปะกง

4. ร้านอาหาร มธุรสเรือนแพ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Maturos Ruenpae-มธุรสเรือนแพ
ร้านอาหารเรือนแพแห่งแรกในเมืองแปดริ้วที่เปิดบริการมาอย่างยาวนานมากกว่า 40 ปี ตั้งอยู่ชายฝั่งแม่น้ำบางปะกง สามารถอิ่มอร่อยกับบรรยากาศความสวยงาม พร้อมเมนูอาหารที่หลากหลาย ทั้งอาหารไทย, อาหารซีฟู้ด และอาหารจีนแบบประยุกต์ กับเมนูที่พลาดไม่ได้อย่างกุ้งแม่น้ำเผา, กุ้งแชบ๊วยทอดกระเทียม, แกงคั่วหน่อไม้ปูไข่, ต้มยำกุ้ง, ปลาเก๋าทอด 3 รส, ปลากะพงทอดตะไคร้, ปลาช่อนโบราณ, ปลาช่อนลุยสวน และปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม เป็นต้น และหลังจากทานอาหารแล้วทางร้านยังมีกิจกรรมชมธรรมชาติริมแม่น้ำ พร้อมไปกับการให้อาหารปลาเพื่อสร้างความสนุกสนานในครอบครัว

  เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.30-22.00 น.
ที่อยู่ : ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
โทรศัพท์ :  0 3881 0801, 0 3851 1958, 0 3851 5833, 08 1864 2929
  เว็บไซต์ : http://mathuros8rew.com และเฟซบุ๊ก Maturos Ruenpae-มธุรสเรือนแพ

5. ร้านอาหารบ้านป้าหนู

ร้านอาหารไทยชื่อดังของจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ตั้งอยู่บนบ้านไม้อายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ภายในย่านตลาดบ้านใหม่ร้อยปี แหล่งชุมชนเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง ซึ่งเปิดให้บุคคลทั่วไป และนักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ อีกทั้งยังเป็นเหมือนถนนสายวัฒนธรรมอีกด้วย ส่วนตัวร้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง เป็นอาคารไม้ที่ออกแบบให้เพดานสูง อากาศถ่ายเทสะดวก ส่วนเมนูอาหารแนะนำของร้านที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ กุ้งแม่น้ำเผา, กุ้งแม่น้ำ 3 รสสมุนไพร, น้ำพริกไข่ปู, ยำปลาดุกฟู, ปลากะพงทอดตะไคร้กรอบ, ต้มโคล้งปลาสลิดผักหวาน, สเต๊กปลา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบริการน้ำสมุนไพร อย่างน้ำตะไคร้, น้ำดอกดาหลา และน้ำดอกอัญชัน

   เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น.
  ที่อยู่ : 64 อาคารภายในตลาดบ้านใหม่ร้อยปี ถนนศุภกิจ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
  โทรศัพท์ : 08 15851711, 08 9400 0805, 0 3881 7336
  รีวิว : baanpanue restaurant/eat.edtguide.com

6. ร้านร่มไม้สายธาร

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ร่มไม้สายธาร-Rommaisaitarn 
ร้านอาหารอร่อยที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติใต้ร่มไม้และริมแม่น้ำบางปะกงสวย ๆ  บริเวณอำเภอบางคล้า ถือเป็นร้านดังที่เปิดบริการมาอย่างยาวนาน สำหรับที่นั่งของร้านแบ่งออกเป็นโซนที่นั่งภายในร้านและบริการล่องแพ พร้อมชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำแบบชิล ๆ และชม “เกาะลัด” เกาะน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ส่วนเมนูของร้านที่อร่อยคุ้มค่าแบบมาถึงที่แล้วต้องสั่งให้ได้ก็คือ กุ้งแม่น้ำเผา, ปลาโจ้โล้ทอดน้ำปลา, ปูหลนทรงเครื่อง, หมูคั่วสมุนไพรตะไคร้กรอบ เป็นต้น

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น.
  ที่อยู่ : ซอยพระสถูปเจดีย์ ตำบลบางคล้า อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา
  โทรศัพท์ : 0 3854 2794, 08 6155 7111
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก ร่มไม้สายธาร-Rommaisaitarn

7. บ้านไม้ริมน้ำ @ 8ริ้ว

ภาพจากเฟซบุ๊ก บ้านไม้ริมน้ำ@8ริ้ว

ปิดท้ายกันที่ร้านอาหาร บ้านไม้ริมน้ำ @ 8ริ้ว หรือบ้านไม้ริมน้ำ ตัวร้านแปลงมาจากโรงแรมหลังเก่า เน้นการตกแต่งภายในร้านด้วยสไตล์วินเทจด้วยโต๊ะไม้ พร้อมกับบรรยากาศริมแม่น้ำบางปะกง กับเมนูอาหารสด สะอาด รสชาติอร่อย ส่วนโซนที่นั่งสามารถเลือกได้ตามความต้องการ ทั้งระเบียงใหญ่ด้านนอกมีหลังคากันแดด-ฝน ส่วนบริเวณริมฝั่งคลองสามารถชมวิถีชีวิตชาวบ้านในการเหวี่ยงแหจับปลาได้อีกด้วย ส่วนเมนูอาหารที่ไม่ควรพลาดของร้าน ได้แก่ กุ้งแม่น้ำเผา, กุ้งแม่น้ำซอสมะขาม, เนื้อปลากรายผัดฉ่า, ทะเลแซ่บ, ปลากะพงทอดราดน้ำปลา, ออส่วน, ปลากะพงสองใจ และแกงเลียงกุ้งสด เป็นต้น

  เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น.
ที่อยู่ :
19-21 ถนนพานิช ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง ฉะเชิงเทรา
โทรศัพท์ :
0 3851 2064
เว็บไซต์ :
เฟซบุ๊ก บ้านไม้ริมน้ำ@8ริ้ว

เรียกได้ว่าเป็นอีกตัวเลือกดี ๆ ของร้านอาหารแนะนำ สำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนเดินทางไปเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทราค่ะ ว่าแล้วสุดสัปดาห์นี้พาครอบครัวไปอิ่มอร่อยกันดีกว่าค่ะ

ไหว้พระ 9 วัด เมืองฉะเชิงเทรา

ไหว้พระ 9 วัด เมืองฉะเชิงเทรา 

Continue reading “ไหว้พระ 9 วัด เมืองฉะเชิงเทรา”